วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

กฎหมาย SOPA และ PIPA

1. SOPA และ PIPA คืออะไร ต่างกันอย่างไร
         SOPA ย่อมาจากคำว่า  Stop Online Piracy Act  คือ พ.ร.บ ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์
        PIPA ย่อมาจากคำว่า  Protect Intellectual Property Act คือ พ.ร.บ ป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

2. ทั้งสองฉบับมีผลต่อเว็บไซต์ประเภทไหน อย่างไร
        มีผลต่อเว็บไซต์ที่มีการนำเนื้อหาหรือคอนเทนต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของสหรัฐ   จะถูกสั่งบล็อกจึงไม่สามารถเข้าไปใช้งานหรือดูเว็บไซต์นั้นๆ ได้ และยังรวมถึงการ ค้นหาข้อมูลต่างๆ และการเซ็นเซอร์ข้อมูลต่างๆ ที่ห้ามเผยแพร่ผ่านออนไลน์

3. ท่านคิดว่า ทั้งสองฉบับมีผลต่อเว็บไซต์ที่อยู่ในเซอร์เวอร์ของไทย หรือไม่ อย่างไร
        ถ้าหาก พ.ร.บ ทั้งสองฉบับนี้ได้นำมาใช้จะส่งผลให้เว็บไซต์ของไทยที่มีการอ้างอิงของข้อมูลของสหรัฐจะถูกปิดตัวลง แล้วอาจจะทำให้ผู้ใช้ Internet ลดลง หรือ ทำให้ผู้ใช้ไม่อยากที่จะใช้ Internet อีกต่อไป และส่งผลให้ธุรกิจ e-commerce อาจจะหยุดชะงัก และส่งผล ให้ธุรกิจภายในประเทศหยุดซะงักได้ เนื่องจาก การโฆษณา ที่ทำผ่านทางหน้าเว็บนั้นมีราคาถูกกว่า และ การขายผ่านทางหน้าเว็บนั้นเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายกว่า ถ้าเกิดกฎหมายนี้ขึ้น อาจทำให้ เว็บไซค์เหล่านั้นถูกปิดตัวลงได้

4. โปรดแสดงความคิดเห็น กับกรณีที่โปรแกรมเมอร์และเว็บมาสเตอร์ออกมาต่อต้านกฎหมายนี้
        ผมไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ เนื่องจาก หลายๆสิ่งเช่น ยังไม่มีความแน่ชัดในข้อกฎหมาย เช่นการ บล็อก จะมีกระบวนการอย่างไร และที่สำคัญที่สุดในความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เวลาผมทำรายงานผมก็หาข้อมูลจาก Internet มาประกอบในการทำรายงาน ซึ่งบ้างที่ผมมองว่า Internet เหมือน ห้องสมุด ถ้ากฎหมายนี้ออกมา ก็เหมือนกับว่าทำลายห้องสมุดของผมไป ผมไม่เห็นด้วยครับ

        บรรณานุกรม
www.google.com
www.it24hrs.com/2012/sopa-pipa/

Crowdsourcing

เนื่องจากในปัจจุบัน การตลาดบนโลกอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทกับธุรกิจหลากหลายรูปแบบและในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้เกิดรูปแบบทางการตลาดใหม่ๆขึ้นมามาก และการตลาดที่นิยมทำกันมากที่สุดในยุคนี้คือ การตลาดแบบ CrowdSourcing โดยหลายปีที่ผ่านมามีบริษัทจำนวนมากได้เข้ามาทดลองใช้ CrowdSourcing เพื่อพัฒนาสินค้า, การบริการหรือการออกแบบโลโก้ ของบริษัท นอกจากนี้ CrowdSourcing ยังถูกนำมาใช้ในงานโฆษณา และการตลาด เช่นบริษัทหนึ่งอาจออกโจทย์เกี่ยวกับหนังโฆษณาและมีการส่งข้อ มูลออกไปยังชุมชนออนไลน์ผ่านบริษัทที่รับทำ CrowdSourcing เพื่อให้ได้แนวคิดใหม่ ๆ ในการทำหนังโฆษณาทำให้เกิดการพัฒนายอดขายและเป็นการทำการตลาดทางธุรกิจแบบใหม่ๆได้ อย่างดี โดยสรุปแล้ว CrowdSourcing สามารถทำให้ได้แนวคิด และแนวทางแก้ ปัญหาใหม่ ๆ ซึ่งเกิดจาก กลุ่มคนจำนวนมากทำให้เกิดความหลากหลายทางความคิด นำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับต้นทุนด้านอื่นที่ต้องเสียไป และยังช่วยให้มีการพัฒนายอดขายได้เพิ่มขึ้น
CrowdSourcing เป็นการรวมกันของคำว่า Crowd + Outsourcing คือการกระจายปัญหาไปยังกลุ่มค้นเพื่อค้นหาคำตอบ  และวิธีการในการแก้ปัญหาทางธุรกิจนั้นๆ บริษัทสามารถออกอากาศคำถามหรือปัญหาที่ต้องการคำตอบไปยังกลุ่มคนขนาดใหญ่เพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีการใหม่ ๆ Crowd หรือ User ส่วนมากในการทำ CrowdSourcing จะหมายถึงกลุ่มชุมชน Online หรือในโลก Cyber 
User จะพยายามนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อให้บริษัทสามารถได้รับตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยปกติแล้วจะมีบริษัทที่เป็น CrowdSourcing รับทำหน้าที่นี้เพื่อกระจายปัญหาที่ต้องการคำตอบของลูกค้าไปยังกลุ่มคนที่ CrowdSourcing มีอยู่ในฐานข้อมูล โดยปกติแล้วกลุ่มคนหรือ ผู้ใช้ จะได้รับค่าตอบแทนจากการเข้าร่วมในกิจกรรมนี้ ซึ่งค่าตอบแทนนั้นอาจเป็นเงิน หรือเป็นรางวัลบางอย่างที่เป็นสิ่งจูงใจทำให้เกิดการเข้าร่วมกิจกรรมนั่นเอง อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับเงินหรือรางวัลนั้นมักเป็น ผู้ใช้ ที่ได้รับเลือกว่านำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด
การทำ CrowdSourcing อาจเลือกที่จะให้บุคคลทั่วไปเข้ามาร่วมกิจกรรม หรืออาจเลือก ผู้ใช้ ที่เป็นกลุ่มที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน หรือกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กได้ด้วย
Crowdsourcing Campaign และ Digital Campaign  User-Generated Content
เป็นเรื่องที่ทราบกันมานานแล้วว่าเป็นการสร้างและคัดสรรค์ Content  จากผู้บริโภค ในระยะหลังจะได้ ยินคำว่า “Crowdsourcing” มากกว่า “Crowdsourcing” คือการร่วมสร้างสรรค์ของกลุ่มคน (Crowd) เพื่อร่วมกันทำหรือสร้างสิ่งต่างๆ   รวมถึงแก้ไขปัญหาร่วมกัน จนกลายเป็นเทรนด์ฮิตของการทำกิจกรรมในการตลาดออนไลน์ผ่าน DigitalCampaign และการโฆษณาออนไลน์ Crowdsourcing เป็นเรื่องที่กำลังนิยมในธุรกิจออนไลน์ และเป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ Web-service, Hosting และ Application ต่างๆ กำลังให้ความสำคัญ  เพราะมีมูลค่าสูงและทรงพลัง  เป็นการกระจายปัญหาหรือวัตถุประสงค์บางอย่างเพื่อให้ กลุ่มคนหรือชุมชนออนไลน์ มาร่วมกันแก้ปัญหาหรือทำอะไรตามวัตถุประสงค์นั้นๆ เช่น  Wikipedia สารานุกรม ออนไลน์ ที่ประชากร อาสาสมัคร Cyber  ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์และแก้เนื้อหาได้ในปัจจุบัน  กระแสของการมีสวนร่วมแบบกลุ่มเมฆกลายเป็นกระแสใหม่ในการทำธุรกิจ โดยการประยุกต์มาใช้ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ พัฒนาสินค้าและแก้ ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการทำกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ Crowd กลุ่มคนที่ร่วมช่วยกัน
Digital Campaign ฮิตใช้ Crowdsourcing
ปรากฏการณ์ยอดฮิตตั้งแต่ปลายปี 2010  สำหรับกิจกรรม Digital Campaign ที่เป็น Crowdsourcing Campaign ที่นักสร้างสรรค์  นักการตลาดออนไลน์หยิบมาใช้กันอย่างมาก  เช่น  Crowd Collaboration Campaign เป็นการดึงส่วนร่วมจากกลุ่มคนออนไลน์มาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งผลที่ออกมาจากหลายๆ Campaign แบ่งออกเป็นหลายๆ ประเภท  อย่างกลุ่มที่เป็นเสมือนความคิดสร้างสรรค์ Idea ต่างๆ มารวมกัน เพื่อเลือกอันที่ดีที่สุดและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เรียกว่า Creative Crowd  ตัวอย่างเช่น  Crowd Community ชื่อดังและน่าสนใจมากของแบรนด์กาแฟ ซึ่งทำขึ้นมาเพื่อชวนคอกาแฟมาร่วมกันนำเสนอไอเดียแปลกๆ และดีต่าให้กับ Starbucks เผื่อว่า Starbucks จะนำไปใช้ จริงๆ   Content ประเภทวิดีโอกำลังเป็นกระแสความสนใจของผู้บริโภค เทรนด์อันหนึ่งสำหรับสื่อดิจิตอล คือ Video Content เพราะฉะนั้นสำหรับ Execution ที่ฮิตมากๆ คงไม่พ้นเรื่องการร่วมกันสร้างสรรค์ Video Content ด้วยรูปแบบต่างๆ กัน เมื่อไม่นานมานี้  Lady Gaga ทำ  Campaign เชิญชวนเหล่าแฟนๆ อัดวิดีโอขึ้น YouTube เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ MV Single ใหม่ “The Edge Of Glory”   ที่เพิ่งเปิดให้ฟังผ่าน YouTube  และเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาของ Google Chrome โดยในโฆษณาชุดนี้ เป็นการบอกไปยังแฟนๆ ของ Gaga ด้วยว่า Videoที่ถูกสร้างขึ้นกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ MV ตัวล่าสุดที่อยู่ระหว่างจัดทำ
Crowdsourcing Campaign “Youtube Life In A Day”
ถือเป็น Campaign ที่ยิ่งใหญ่ตัวหนึ่งบน YouTube  ที่ได้รับการยอมรับจากนักโฆษณาและถูกพูดถึงอย่างสูงในวงการดิจิตอล กิจกรรมนี้ถือว่ายิ่งใหญ่และโด่งดังตัวหนึ่งในรูปแบบของ Crowdsourcing Campaign เป็นการทำสารคดีร่วมกันของคนทั้งโลก  โดยได้ทีมงานมืออาชีพมารับหน้าที่ในการตัดต่อเรื่องราวที่ชาวอินเทอร์เน็ตส่งมา  ซึ่งมีความยาวมากกว่า 250 ชั่วโมง เพื่อนำมาตัดต่อเป็นภาพยนตร์ จากการมีส่วนร่วมมากที่สุดของโลก  “Life in ่ ่ A Day”  สนับสนุนโดย  LG  จนได้ เป็นสารคดี 1 ชิ้นที่ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมา  
จุดเด่นของ  Crowdsourcing 
1.  Wow Experience เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้บริโภคเพียงเพราะว่าไม่มีใครสามารถคาดเดาในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคได้  ซึ่งผู้บริโภคสามารถเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง  ตลอดกิจกรรมเนื้อหาที่เกิดขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ 
2.  ขยายฐานชุมชนออนไลน์ และสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เมื่อเนื้อหาถูกสร้างสรรค์จากผู้บริโภคโดยตรง การสร้างการมีส่วนร่วมกันของผู้บริโภคทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกันกับชุมชนสามารถขับเคลื่อนได้ง่าย เมื่อสินค้าชั้นนำเข้าไปอยู่ Content ของผู้บริโภค และผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับ Content ของ Brand จึงทำให้เกิด Touch Point เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ 
3.  เห็นพฤติกรรมและความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากผู้บริโภค การที่ผู้บริโภคได้ร่วมสร้าง Content ด้วยตัวเองหรือการเล่าในมุมมองที่ตัวเองมองผ่านแบรนด์และมุมมอง  จึงทำให้พื้นที่ตรงนี้คล้ายกับการทำ Focus Group เล็กๆ จากผู้คนทั่วโลก จากความสนุกของการมีส่วนร่วมของกิจกรรม 
4.  ง่ายต่อการ Viral การร่วมสร้างสรรค์ Content จากผู้บริโภคทำให้เกิดความหลากลายของเนื้อหา และด้วยเนื้อหามีคุณภาพหลากหลายเหล่านี้เอง จะเป็นตัวทำหน้าที่ส่งต่อ Viral ด้วยตัวของตัวเอง 
การทำ Digital Campaign รูปแบบนี้กลายเป็นแนวทางใหม่ที่แบรนด์เริ่มนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภครูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดจากการมีส่วนร่วมและการสร้างสรรค์เสมือนเป็นกิจกรรมทางการตลาดที่เปิดกว้างในการร่วมสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์สร้างการรับรู้ที่มากกว่าแค่สื่อ   Message  เป็นการรับรู้ที่มีส่วนร่วมกับผู้บริโภคอย่างแท้จริง ตอบสนองวัฒนธรรมและวิถีชีวิต Culture ของกลุ่มคนออนไลน์รุ่นใหม่
การประยุกต์ใช้Crowdsourcing
          1.  Threadless.com   เป็นเว็บไซต์ที่เป็นการรวมตัวของกลุ่ม กราฟฟิกดีไซเนอร์ทางเว็บไซต์จะให้ดีไซเนอร์ส่งดีไซน์ของตนเข้าประกวดแล้วให้เพื่อนๆ สมาชิกช่วยกันโหวตทุกอาทิตย์  ทางทีมงานจะเลือกดีไซน์จากดีไซน์ที่ได้รับการโหวตสูงสุดมาผลิตเป็นเสื้อยืดและขายให้กับผู้บริโภค  ซึ่งสามารถทำรายได้ให้กับบริษัทมากกว่า $25 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
          2.  Netflix.com   เว็บไซต์ที่ให้บริการเช่า  DVD  แบบรายเดือนขนาดใหญ่ของอเมริกา  ได้เปิดโอกาสให้คนที่สามารถสร้างระบบทำรายได้สูงสุดของหนังในเว็บไซต์ได้ดีกว่าที่มีอยู่จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ จนมีผู้สนใจเข้าร่วมประกวดอย่างมากมาย และทำให้ Netflix  เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ และยังมีการพูดถึงกันแบบมากมายผ่านทางเครือข่ายสังคมต่างๆ ที่สำคัญคือเป็นการประหยัดงบประมาณ เพราะหาก Netfilix พัฒนาโปรแกรมดังกล่าวขึ้นมาเองก็จะต้องใช้งบประมาณมหาศาลแถมยังไม่แน่ว่าจะใช้งานได้ดีอีกด้วย
           3.  Innocentive.com   เว็บไซต์ซึ่งเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ ที่มีปัญหาต้องการแก้ไข (Solution Seekers) เข้าไประบุปัญหาของตนเอง   พร้อมทั้งเสนอเงินรางวัลซึ่งเริ่มตั้งแต่  5,000  ไปจนถึง 1 ล้านดอลลาร์ โดยสมาชิกที่อยู่ในเครือข่าย  (Problem Solvers)  ซึ่งมีทุกสาขาอาชีพก็จะคิดหาทางออกและนำเสนอวิธีแก้ปัญหาและมีโอกาสได้รับเงินรางวัลจากองค์การเหล่านั้น
          4.  Local-motors.com  เป็นเว็บที่เหมือนกับ  Threadless.com  แต่เป็นการออกแบบรถแทนที่จะเป็นเสื้อยืด  โดยทางบริษัทจะนำดีไซน์จากส่วนต่างๆ  มาผลิตเป็นรถจริงๆ และขาย  ตอนนี้เป็นบริษัทที่กำลังได้รับความนิยมสูง และได้รับความสนใจจากสื่อใหญ่ๆ อย่างเช่น New York Times และอื่นๆ
         ตัวอย่างอื่นๆ ของการใช้  Crowdsourcing  ยังมีอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น  facebook ให้ผู้ใช้ช่วยแปลเว็บเป็นภาษาต่าง หรือ การที่ Wikipedia.com ให้ผู้ใช้ช่วยกันเขียนสารานุกรมที่ครบถ้วนและอัพเดทที่สุดของโลกในขณะนี้ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry) อย่างเช่น ดนตรี (MySpace.com) วีดิโอคลิป (YouTube.com) และอื่นๆ อีกมากมาย
ข้อดีของการแก้ปัญหาด้วย  Crowdsourcing
1.  ปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องการคำตอบถูกส่งออกไปยัง  ผู้ใช้ และได้คำตอบกลับมาเร็วมากในขณะที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ
2.  การจ่ายเงิน หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นไปตามผลลัพธ์  และในบางครั้งก็มีการละเว้นค่าใช้จ่ายในกรณีที่ไม่ได้ solution ที่ต้องการ
3.  องค์กร และบริษัทต่าง ๆ สามารถได้รับแนวคิดใหม่ ๆ ที่ไม่ถูกปิดกั้นจากคนภายในองค์กร หรือบริษัทนั้น ๆ
4.  User ที่เข้าร่วมในการทำ CrowdSourcing อาจเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ด้วย ดังนั้นจึงเป็นการสำรวจความคิดของลูกค้าไปในตัว
5.  ชุมชน User ที่เข้าร่วมจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ brand เพราะไอเดียต่าง ๆ มาจากการที่กลุ่ม ผู้ใช้ ช่วยกันคิดและมีส่วนร่วม
บรรณานุกรม
www.google.com
www.designlifesaver.com






                                                                                                                                                                   

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Search Engine Optimization

 Search Engine Optimization หมายถึง การปรับแต่งเวปไชต์ โปร ของเราให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด จากผลการค้นหาผ่าน Search Engine เจ้าต่างๆ เช่น Google , Yahoo , bing ฯลฯ









โดยเป้าหมายการทำ Search Engine Optimization คือให้เวปไชต์ของเราติดอันดับดีๆ ซึ่งอันดับที่ดีนั้น คือในหน้าแรกของ Search Engine หรืออยู่ใน 10 อันดับแรกที่คนค้นหาและมีโอกาสคลิกเข้ามาชมเวปไชต์ของเรามากที่สุด  





ข้อดีของ SEO
1. SEO ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น
2. SEO ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด
3. SEO ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของธุรกิจหรือเว็บไซต์
4. SEO ทำให้เว็บไซต์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงกว่าการทำการตลาดประเภทอื่นๆ
ข้อเสียของ SEO
1. ความไม่แน่นอนของอันดับ ด้วย Algorithm ที่มีการปรับปรุงตลอด จึงทำให้อันดับของเว็บไซต์นั้นมีการขยับ ขึ้นบ้างลงบ้าง เป็นความไม่แน่นอนที่อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเว็บไซต์ได้
2.ใช้เวลาในการทำอันดับนาน การปรับอันดับไม่สามารถทำได้แบบทันที ต้องใช้เวลานานมากกว่า 7-30 วันจึงจะมีการปรับปรุงอันดับเกิดขึ้น (ตามความหนาแน่นของคู่แข่งด้วย)



บรรณานุกรม
   th.wikipedia.org

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Service of any e-Commerce website

E-Commerce คืออะไร
        Electronic Commerce หรือ E-Commerce คือการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยส่งข้อมูลด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเครือข่าย เช่น Internet ถ้าผู้ใช้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ คู่สายโทรศัพท์ โมเด็ม และเป็นสมาชิกของบริการ Internet ก็สามารถทำการค้าผ่านระบบเครือข่ายได้
       E-Commerce เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี Internet กับการจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยสามารถนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้าหรือบริการผ่านทาง Internet สู่คนทั่วโลกภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้การดำเนินการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดรายได้ในระยะเวลาอันสั้น
                กระผมจะขอยกตัวอย่างเว็บ SE-ED ซึ่งกระผมใช้เป็นประจำ



วิธีการขาย
                เป็น Web ของร้านหนังสือ SE-ED Book  ซึ่งเป็นร้านขายหนังสือโดย Web นี้สามารถให้บริการค้นหาหนังสือที่ต้องการ โดยมีหัวข้อหมวดสินค้าให้เลือกหลากหลายซึ่งตรงต่อความต้องการ และมีการอัพเดทสินค้าที่มีการออกมาใหม่ตลอด และสามารถตรวจสอบว่าหนังสือที่ต้องการมีอยู่ที่สาขาไหนบ้างและยังสามารถสั่งซื้อหนังสือที่ต้องการผ่านทางหน้าเว็บได้

กลุ่มลูกค้า
                นักเรียน-นักศึกษา และประชาชนทั่วที่ไม่มีเวลาหรือไม่อยากเจอปัญหารถติดก็จะสามารถใช้บริการผ่านทางหน้าเว็บนี้ได้เช่นเดียวกับการไปซื้อสินค้าที่ร้านโดยตรง

ข้อดี
1.             เปิดโอกาสทางการค้า
2.             ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
3.             รักษาส่วนแบ่งทางการตลาด
4.             ขายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง (7 วัน)
5.             ตัดปัญหาเรื่องการต่อรองราคา
6.             โฆษณาขายสินค้าหรือบริการไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วโลก
7.             เก็บเงินได้โดยอัตโนมัติ
8.             ประหยัดกระดาษ

ข้อเสีย
1.             อาจไม่ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคทั้งหมด
2.             ผู้บริโภคไม่มั่นใจในสินค้าและบริการ
3.             ต้องมีความรอบคอบ และความระมัดระวัง
4.             อัตราการแข่งขันสูง

บรรณานุกรม